สิ่งที่ผู้หญิงพูด สิ่งที่พวกเธอคิดจริง ๆ และวิธีตอบกลับอย่างเหนือชั้นแบบตัวจริง

หยุดตีความคำพูดของเธอผิดๆ แล้วเริ่มตอบกลับด้วยพลังแห่งความมั่นใจเสียที และนี่คือสิ่งที่เธอหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ครับ

โดย อัลเลน สุอาฟ (Allen Suave)

ฟังให้ดีนะเพื่อน

คุณต้องเคยเจอสถานการณ์แบบนี้แน่ๆ คุณกำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ว่าจะในเดตหรือแค่คุยเล่นทั่วไป แล้วเธอก็พูดประโยคหนึ่งออกมาที่ดูไม่เมคเซนส์เลยสักนิด

คุณพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่ข้างในใจน่ะเหรอ... งงเป็นไก่ตาแตกครับ สมองคุณรวนไปหมด คุณเดินจากมาพร้อมกับคิดทวนเหตุการณ์นั้นซ้ำไปซ้ำมา และมั่นใจเลยว่าคุณทำพังเข้าให้แล้ว... อีกครั้งจนได้

ความจริงที่แสนเจ็บปวดก็คือ:

ผู้หญิงไม่ได้พูดจาเป็นปริศนาเพราะพวกเธอต้องการปั่นหัวคุณหรอกครับ พวกเธอทำแบบนั้นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่อ่านอารมณ์ไม่เป็นต่างหาก

พวกเธอทดสอบ พวกเธอใบ้ให้ พวกเธอเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อให้คุณก้าวเข้าไปด้วยความมั่นใจ ความรู้เท่าทัน และชั้นเชิง

แต่พวกผู้ชายที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว... กลับจ้องมองประตูนั้นเหมือนมันเป็นอักษรโบราณที่อ่านไม่ออก

เรามาแก้ปัญหานี้กันครับ

นี่คือ 7 ประโยคที่ผู้หญิงชอบพูด สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดได้ยิน และสิ่งที่เธอ 'หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ':

“ฉันยังไม่พร้อมจะมีใคร (ไม่พร้อมจะมีแฟน)”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เธอคงเคยเจ็บมาเยอะ มีปมในใจแน่เลย ฉันต้องเยียวยาเธอให้ได้”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“คุณไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันอยากคบด้วย”

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจังหวะเวลาครับ แต่มันเกี่ยวกับ 'คุณ' บางทีคุณอาจจะรุกหนักเกินไป เฉื่อยชาเกินไป น่าเบื่อเกินไป หรือดูโหยหาเกินไป

เลิกพยายามไป 'รักษาใจ' เธอได้แล้วครับ หันมาพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ควรค่าแก่การตกลงปลงใจด้วยดีกว่า—มีความมั่นใจ มีความทะเยอทะยาน และมีความมั่นคงทางอารมณ์ แล้วปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายไล่ตาม 'คุณ' เอง

“เธอนี่เป็นคนดีจริงๆ เลยนะ”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เธอซาบซึ้งในความใจดีของฉัน ฉันกำลังจะชนะใจเธอแล้ว!”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“คุณดูเข้าถึงง่ายเกินไป คาดเดาได้ และไม่มีเสน่ห์ทางเพศเลย”

ความใจดีเป็นแค่พื้นฐานครับ มันคือสิ่งที่คุณต้องมีอยู่แล้ว แต่การเป็น 'คนดี' โดยไม่มีความหลงใหล ความน่าค้นหา หรือความเหนือชั้นนั้นมันไม่ได้ดูน่าดึงดูด แต่มันดูเหมือนไร้ตัวตนต่างหาก

ผู้หญิงไม่ได้ตกหลุมรักผู้ชายที่เป็นเหมือนพรมเช็ดเท้าครับ พวกเธอหลงรักผู้ชายที่เป็นผู้นำ ท้าทายพวกเธอ และมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน จงเป็นคนที่ทั้งใจดีและแข็งแกร่ง อย่าเป็นแค่คนดีเพียงอย่างเดียวครับ

“ว่างๆ เราไปเที่ยวกันนะ”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เจ๋งเลย เดี๋ยวฉันจะรอเธอทักมา เธอสนใจฉันแน่ๆ”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“ถ้าคุณแน่จริง คุณต้องทำให้มันเกิดขึ้นสิ”

นี่คือการชวนแบบอ้อมๆ ครับ เป็นสัญญาณไฟเขียว แต่เธอจะไม่เป็นฝ่ายไล่บี้คุณหรอก เธอส่งมาเพื่อทดสอบความเป็นผู้นำของคุณ ถ้าคุณมัวแต่รอ คุณก็สอบตก วิธีที่ถูกคือตอบกลับไปด้วยความมั่นใจแบบทีเล่นทีจริงว่า:

“แน่นอนครับ วันพฤหัสนี้ผมจะไปดื่มที่ [ระบุชื่อร้านเจ๋งๆ] เจอกันที่นั่นตอนสองทุ่มนะ แต่งตัวให้ดูสนุกๆ มาด้วยล่ะ”

วางกรอบให้ชัดเจน เป็นเจ้าของสถานการณ์ อย่ามัวแต่ถาม—จงสรุปเลยครับ

“ฉันรักอิสระน่ะ”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เธอไม่อยากมีใคร ฉันควรถอยออกมาดีกว่า”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“อย่ามาทำตัวติดแจ อย่ามาทำตัวสิ้นหวัง หรือพยายามมาบงการฉัน”

การรักอิสระไม่ใช่การปฏิเสธความรัก แต่มันคือการปฏิเสธความอ่อนแอครับ เธอต้องการผู้ชายที่มีชีวิตเป็นของตัวเอง มีเป้าหมาย และมีไฟในตัวเช่นกัน เธอต้องการคู่ชีวิต ไม่ใช่คนมาครอบงำชีวิต

ดังนั้น จงมุ่งมั่นกับงานของคุณต่อไป สร้างชีวิตของคุณให้ดี ให้เธอเห็นว่าโลกของคุณไม่ได้หมุนรอบตัวเธอ—แล้วเธออาจจะเป็นฝ่ายที่เริ่มมาหมุนรอบตัวคุณแทนก็ได้ครับ

“สุดสัปดาห์นี้ฉันไม่ว่างเลย”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เธอปฏิเสธฉัน เธอไม่อยากคุยด้วยแล้ว”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“คุณยังสร้างความน่าตื่นเต้นไม่มากพอให้ฉันยอมสละเวลามาหา”

คำว่า 'ไม่ว่าง' มันเป็นเรื่องสัมพัทธ์ครับ ทุกคนต่างก็ยุ่งกันทั้งนั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าสนใจ—ถ้าคุณสร้างความสงสัยและมอบคุณค่าให้เธอได้ เธอจะจัดการเคลียร์ตารางเวลาของเธอเอง

ปัญหาคือการชวนของคุณมันจืดชืดเกินไปครับ เช่น “อยากไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม?” = น่าเบื่อ

ลองเปลี่ยนเป็น: “วันศุกร์นี้มีปาร์ตี้ซัลซ่าบนดาดฟ้า ผมจะลากคุณไปด้วย ใส่รองเท้าที่คุณขยับตัวสะดวกมาด้วยนะ”

ต้องมีพลังงาน มีความเฉพาะเจาะจง และมีความสนุก นั่นแหละคือวิธีชนะครับ

“เธอน่ารักจังเลย (You’re really sweet)”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“เธอชอบความอ่อนโยนของฉัน ฉันต้องทำแบบนี้ต่อไปให้มากขึ้นอีก”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“คุณดูปลอดภัยเกินไป คาดเดาง่าย ไม่มีอะไรให้ลุ้น และน่าเบื่อ”

ความอ่อนโยนที่ไม่มีความดิบอยู่บ้างนั้นมันดูจืดชืดครับ ผู้หญิงต้องการความลึกซึ้งทางอารมณ์ แต่ไม่ใช่ความอ่อนแอทางอารมณ์ จงแสดงความอ่อนไหวในเวลาที่ควร แต่ต้องนำด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน

หยอกล้อบ้าง ท้าทายบ้าง ลองเล่นกับความเสี่ยงดูบ้าง ให้เธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นครับ ความอ่อนหวานเปรียบเหมือนของหวาน แต่ความดิบเท่คืออาหารจานหลัก

“ฉันไม่รู้สิ... เธอดูเหมือนคนเจ้าชู้เลยนะ”

สิ่งที่ผู้ชายอ่อนหัดคิด:
“ฉันต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าฉันจริงจัง บอกเธอไปว่าฉันต้องการแค่เธอคนเดียว”

สิ่งที่เธอหมายความจริงๆ:
“ฉันดึงดูดในตัวคุณนะ แต่ฉันต้องการรู้ว่าคุณเลือก 'ฉัน' จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนไหนก็ได้”

นี่ไม่ใช่คำด่าครับ แต่มันคือการทดสอบ เธอถูกดึงดูดด้วยความมั่นใจ พลังของคุณ และเสน่ห์ทางเพศของคุณ... และนั่นทำให้เธอรู้สึกกลัว เธอเลยผลักไสออกมาเพื่อดูปฏิกิริยา

การกระทำที่ผิดคือการถอยหลังหรืออ้อนวอนขอความเชื่อใจ วิธีที่ถูกคือยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า: “ผมไม่เล่นเกมครับ ถ้าผมถูกใจใคร ผมให้เต็มร้อย คุณก็รู้ว่าเวลาเจอของจริงมันเป็นยังไง”

ความลึกลับ เจตนา และพลังอำนาจครับ

บทสรุป

ผู้หญิงไม่ได้พูดภาษาอื่นหรอกครับ พวกเธอพูดภาษา 'มนุษย์' นี่แหละ—เพียงแต่เป็นภาษาที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน อารมณ์ และนัยแฝง ผู้ชายส่วนใหญ่สอบตกเพราะซื่อตรงต่อตัวอักษรเกินไป กังวลเกินไป และจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องที่ว่า “อย่าทำอะไรผิดนะ”

เลิกถอดรหัสคำพูด แล้วเริ่มอ่าน 'พลังงาน' ได้แล้วครับ

จงเป็นผู้ชายที่ 'เข้าใจโลก'—ไม่ใช่เพราะเขาท่องจำบทพูดมา แต่เพราะเขาเป็นคนที่มีความมั่นคง อยู่กับปัจจุบัน และไม่หวั่นไหวง่ายๆ

พูดด้วยการกระทำ เคลื่อนไหวอย่างมีจุดมุ่งหมาย และตอบกลับด้วยความมั่นใจ

เมื่อคุณหยุดโหยหาการยอมรับ เมื่อนั้นคุณจะกลายเป็นคนที่น่าดึงดูดใจจนต้านทานไม่ได้เลยครับ